ในวันนี้เราจะไป Shinjuku กัน ตามแผนคือตอนเช้าไป Apple store และตอนบ่ายเดินแถว Nishishinjuku ซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านกล้องถ่ายรูปอีกแห่งในโตเกียว

วันนี้เข้าเมืองกลางวันครั้งแรก ผมสังเกตว่าคนญี่ปุ่นใช้ Apple AirPods เยอะมาก ในรถไฟหนึ่งขบวนต้องเห็นอย่างน้อยหนึ่งอัน
เราขึ้นจากสถานี Ueno มาต่อที่สถานี Akibahara แล้วลงที่สถานี Shinjuku-sanchome เพราะ Google maps บอกว่าอยู่ใกล้ Apple store มากกว่า เดินต่อประมาณ 10 นาทีก็ถึงร้าน แต่ของที่อยากได้ไม่มี


จากนั้นก็เดินต่อมาที่ย่าน Nishishinjuku ซึ่งอยู่ทางตะวันตกไปเกือบหนึ่งกิโลเมตร ระหว่างทางผ่านสถานี Shinjuku แถวนี้มีตึกสูงเยอะมาก เป้าหมายต่อไปร้าน Map camera ที่มีชื่อด้านกล้องถ่ายรูปและเลนส์มือสองรวมทั้งอุปกรณ์อื่น ๆ ด้วย


ร้าน Map camera มีของเยอะมากจนแบ่งได้เป็น 4 ชั้นตามยี่ห้อ ส่วนตัวผมสนใจกล้อง Fujifilm X-Pro3 เพราะราคาที่ญี่ปุ่นถูกกว่าไทย แต่ลองเล่นแล้วยังไม่ถูกใจจอภาพด้านหลังครับ แต่รุ่นน้องในกลุ่มได้บอดี้ Canon 6D mark I มาหนึ่งตัว



เดินร้าน Map camera จนเที่ยงก็แวะร้านซูชิแถวนั้น ผมสั่งข้าวหน้าปลาทูน่า ส่วนเนื้อแดง (Akami) กินแล้วเฉย ๆ แต่ส่วนเนื้อติดมัน (Toro) อร่อย ฉ่ำ เด้ง

ทานข้าวเสร็จแล้วมาเดินซื้อฟิล์มกล้องถ่ายรูปเพราะรุ่นน้องเอากล้องฟิล์มมาด้วย เห็นว่าได้มา 2 ม้วน

จากนั้นเดินห้าง Yodobashi camera ผมได้อุปกรณ์กล้องของ Peakdesign กับแบตฯ กล้อง 1 ก้อน ราคาหัก TAX 10% รวมกับจ่ายด้วย Visa card discount 5% ถือว่าถูกกว่าไทยมาก ตอนนี้ยังเสียใจที่ไม่ตัดสินใจซื้อกล้อง X-Pro3 กับไมโครโฟนมาด้วย


ถึงจะชื่อ Yodobashi camera แต่เขาขายเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่าง มุมที่ผมสนใจต่อมาคือหูฟังซึ่งมีให้เลือกทุกยี่ห้อตั้งแต่ตัวถูกยันตัวท๊อป



เดินห้างแล้วแวะเล่นตู้คีบ ตู้ส่วนใหญ่จะเล่นครั้งละ 100 เยน ผมหยอดไป 500 เยน ไม่ได้อะไรเลย


เดินออกมาก็มืดแล้ว ก็นั่งรถไฟใต้ดินกลับไปที่ Akibahara เพื่อกินแกงกะหรี่ Coco Ichibanya เพราะผมสงสัยว่าต่างกับไทยยังไง


สิ่งที่ Coco Ichibanya ต่างจากไทยคือ มีน้ำแกง 3–4 แบบ ถ้าผมจำไม่ผิดคือปกติ, ผัก, เนื้อ แล้วก็อะไรอีกสักอย่าง มีแป้งนันให้สั่ง ผักดองบนโต๊ะจะเปรี้ยวกว่าไทย แล้วก็น้ำดื่มฟรี




จากนั้นก็นั่งรถไฟกลับบ้าน ระหว่างทางแวะ Family mart ซื้อเครื่องดื่มมึนเมากับขนมปังไว้กินตอนเช้าเป็นอันจบวันที่ 2